การฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยเบื้องต้น 

           ในการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยเบื้องต้นนั้น  ผู้เรียนควรจะเริ่มจากการฝึกดัดมือ  ดัดแขน  ตั้งวง ( วงบน  วงกลาง  วงล่าง )( จีบหงาย  จีบคว่ำ  และจีบส่งหลัง )  การนั่งแบบละครพระ  ละครนาง  การปะเท้า  ยกเท้า  และการก้าวเท้า  ซึ่งมีหลักและวิธีการปฏิบัติดังนี้

การดัดมือ 

           การดัดมือ เป็นการฝึกเพื่อดัดนิ้วมือและข้อมือ  โดยการใช้มือข้างหนึ่งรวบนิ้วชี้ นิ้วกลาง  นิ้วนาง  และนิ้วก้อยให้ตั้งขึ้นและหักปลายนิ้วทั้ง  ๔  มาที่ลำแขน  หักข้อมือเข้าหาลำแขน   ส่วนนิ้วหัวแม่มือจะยื่นไปข้างหน้า  แล้วหักข้อแรกของนิ้วหัวแม่มือเข้าหาฝ่ามือ   หากดัดมือข้างซ้ายให้นั่งตั้งเข่าซ้ายปลายเท้าซ้ายเชิดขึ้น  ส่วนเท้าขวาให้สอดปลายเท้าขวาไว้ใต้เข่าซ้ายนั่งตัวตรงยึดขึ้นน้ำหนักตัวอยู่ที่ก้นขวา   ยื่นแขนซ้ายตึงให้ข้อศอกบางบนเข่าซ้าย   แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วทั้ง  ๔  ของมือขวารวมนิ้วทั้ง  ๔  ของมือซ้าย  หักปลายมือซ้ายเข้าหาลำตัว หน้าตรง   แล้วเริ่มนับตามจำนวนครั้งที่กำหนด  ทำเช่นนี้สลับมืออีกข้างหนึ่ง

 

 

 

 

 

                                                                     ภาพที่  ๑  ดัดมือ 

การดัดแขน 

           การดัดแขน เป็นการฝึกเพื่อดัดแขนให้งอนโค้งสวยงาม ดูเป็นคนแขนอ่อน   วิธีปฏิบัติทำได้โดยการนั่งชันเข่าทั้ง  ๒  ข้าง  ให้ส้นเท้าชิดกัน แบะปลายเท้าออก  สอดประสานนิ้วมือเข้าหาลำตัว พลิกกลับให้ฝ่ามือทั้ง  ๒  ข้างหงายออกจากลำตัว  แล้วกดลงไปที่ปลายเท้า  โดยนิ้วทั้ง  ๒  ไม่หลุดออกจากกัน หนีบเข่าทั้ง  ๒  เข้าหากันเพื่อบีบข้อศอกทั้ง  ๒  ให้ชิดกัน  ยึดตัวขึ้น  หน้าตรงนับตามจำนวนครั้งที่กำหนด

 

 

 

 

 

                                                                 ภาพที่  ๒  ดัดแขน 

การตั้งวง 

           การตั้งวง เป็นนาฏยศัพท์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  เนื่องจากนาฏศิลป์ไทยมีท่ารำที่เป็นหลักได้แก่  การตั้งวง  และการจีบ  ซึ่งจะนำมาใช้ในลีลาท่ารำต่างๆ  ดังนั้น การตั้งวงจึงมีความสำคัญ   หากตั้งวงสวยก็จะทำให้รำท่ารำต่างๆ  ได้สวยงาม   และการเรียกช่อวงก็ขึ้นอยู่กับการวางระดับของวง

            การตั้งวงแบ่งออกเป็น ๓ ระดับดังนี้

            ๑)  ระดับวงบน  ปฏิบัติได้โดยใช้นิ้วทั้ง  ๔   ดึงเรียงชิดติดกัน   ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือ  ยกลำแขนขึ้นให้เป็นวงโค้ง  ยกแขนใดแขนหนึ่งขึ้นแล้วงอแขนให้ได้ส่วนโค้ง  ส่งลำแขนออกไปข้างลำตัว   วงบนของพระจะอยู่ระดับแง่ศีรษะ   ส่วนวงบนของนางจะอยู่ระดับหางคิ้ว   วงพระกันวงกว้างกว่าวงนางเล็กน้อย

 

 

 

 

 

                                                                  ภาพที่  ๓  วงบน 

            ๒)  ระดับวงกลาง  ปฏิบัติได้โดยให้นิ้วทั้ง  ๔  ตึงเรียงชิดกัน   ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือ  ยกลำแขนขึ้นให้เป็นวงโค้ง ปลายนิ้วอยู่ระดับไหล่ 

 

 

 

 

 

                                                                ภาพที่  ๔  วงกลาง 

            ๓)  ระดับวงล่าง  ปฏิบัติได้โดยให้นิ้วทั้ง  ๔  ตึงเรียงชิดติดกัน   ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอวหรือชายพก   แต่วงล่างของพระต้องกันข้อศอกออกไปด้านข้างสะเอว   ส่านวงล่างของนางให้หนีบข้อศอกเข้าหาลำตัว   ปลายนิ้วจะอยู่ระดับเอว

 

 

 

 

 

                                                                    ภาพที่  ๕  วงล่าง 

การจีบ 

           การจีบ เป็นการใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้มาจรดเข้าหากัน   ด้วยการใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือมาจรดกับข้อแรกของนิ้วชี้  ( นับจากปลายนิ้วลงมา )  ส่วนนิ้วกลาง  นิ้วนาง  นิ้วก้อย  กรีดตึงออกไปคล้ายใบพัด   นิ้วหัวแม่มือควรงอเล็กน้อยพองาม  การจีบจะต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอ โดยหักเข้าด้านฝ่ามือ

            การจีบแบ่งออกเป็น  ๒  ลักษณะดังนี้

           ๑)  จีบหงาย  ปฏิบัติได้โดยใช้นิ้วหัวแม่มือหักเข้าจรดข้อแรกของนิ้วชี้   จากนั้นกรีดนิ้วทั้ง  ๓   ให้ตึงออกเป็นรูปพัด  หงายข้อมือขึ้นแล้วหักข้อมือเข้าหาลำแขนให้ปลายจีบชี้ขึ้นข้างบน

 

 

 

 

 

                                                                    ภาพที่  ๖  จีบหงาย 

            ๒)  จีบคว่ำ  ลักษณะการจีบจะปฏิบัติคล้ายกับจีบหงาย  เพียงแต่จีบคว่ำลง ลำแขนจะงอหรือตึงขึ้นอยู่กับท่ารำ หักข้อมือเข้าหาลำแขน

 

 

 

 

 

                                                                   ภาพที่  ๗  จีบคว่ำ 

การนั่ง 

 

 

 

 

 

                                                                  ภาพที่  ๘  การนั่ง

           การนั่งแบ่งออกเป็น  ๒  ลักษณะดังนี้

           ๑)  การนั่งแบบพระ  ปฏิบัติได้โดยนั่งพับเพียบข้างขวา  นั่งพับเข่าซ้ายให้ปลายเท้าซ้ายหงายซ้อนใต้เข่าขวา ขาขวาข้อพับไว้ข้างตัวหักข้อเท้า  นั่งตัวตรง  อกผายไหล่ผึ่ง  วางฝ่ามือว้ายไว้บริเวณเข่าซ้ายตึงปลายนิ้วมือ  มือขวาวางทาบไว้บนตักขวา

 

 

 

 

 

                                                                 ภาพที่ ๙ นั่งแบบพระ 

           ๒)  การนั่งแบบนาง  ปฏิบัติได้โดยการนั่งพับเพียบข้างขวา   นั่งพับเข่าซ้ายซ้อนไว้ใต้ขาขวาที่งอพับไว้ข้างลำตัวด้านขวา  หักข้อเท้าทั้ง  ๒  โดยให้ปลายเท้าซ้ายเหลื่อมไปข้างหน้า  แล้วเรียงด้วยปลายเท้าขวา  นั่งตัวตรง       อกผายไหล่ผึ่ง   วางฝ่ามือขวาบนหน้าขาขวาแล้ววางฝ่ามือซ้ายงอแขนวางเรียงออกมาด้านนอก  เอียงศีรษะไปทางขวา

 

 

 

 

 

                                                              ภาพที่  ๑0  นั่งแบบนาง 

การยืน 

           การยืนแบ่งออกเป็น  ๓  ลักษณะดังนี้

            ๑) การยืนแบบพระ  ปฏิบัติได้โดยยืนตัวตรง ตึงเอว  ตึงไหล่ เท้าขวายืนรับน้ำหนัก  วางเท้าซ้ายเหลื่อมเท้าขวาเล็กน้อย  มือขวาเท้าสะเอว มือซ้ายแบมือ  วางฝ่ามือแตะที่หน้าขา  กดไหล่  และเอียงศีรษะด้านขวา

 

 

 

 

 

                                                               ภาพที่  ๑๑  ยืนแบบพระ   

            ๒)  การยืนแบบนาง  ปฏิบัติได้โดยยืนตัวตรง  ตึงเอว  ตึงไหล่  เท้าขวายืนรับน้ำหนัก เท้าขวายืนตึงเข่า  เท้าซ้ายเปิดปลายเท้าออกเล็กน้อย  ให้ส้นเท้าซ้ายวางชิดช่วงกลางเท้าขวา  มือขวาจีบหงายที่เอว  มือซ้ายเหยียดแขนตึง  แบมือ  วางฝ่ามือแตะที่หน้าขา  กดไหล่และเอียงศีรษะด้านซ้าย

 

 

 

 

 

                                                              ภาพที่  ๑๒  ยืนแบบนาง 

           ๓)  การยืนเหลื่อมเท้า   ปฏิบัติโดยการวางเท้าขวาเฉียงออกไปทางด้านขวา  แล้วให้ส้นเท้าวางไว้กลางเท้าซ้าย  ซึ่งยืนรับน้ำหนักอยู่ในลักษณะเฉียงปลายเท้าซ้าย ไปด้านซ้าย  เปิดปลายเท้าขวาขึ้น

 

 

 

 

 

                                                           ภาพที่  ๑๓  ยืนเหลื่อมเท้า 

การประเท้า 

           การประเท้า  เป็นกริยาของเท้าที่เชื่อมต่อจากการยืนเหลื่อมเท้า  เช่น หากเหลื่อมเท้าขวาแล้วจะประเท้าขวา  ปฏิบัติได้โดยการยกจมูกเท้าขวาขึ้น ย่อเข่าลง  แล้วตบจมูกเท้าขวาลง  ในลักษณะที่ส้นเท้าขวายังวางอยู่กับพื้นพร้อมกับยกเท้าขวาขึ้น   จากนั้นเชิดปลายเท้าขวา

           หมายเหตุ : จมูกเท้า หมายถึง ก้อนเนื้อบริเวณโคนนิ้ว ( ปลายฝ่าเท้า ) การจรดเท้า   เท้าต้องกระดกปลายนิ้วเท้าทุกครั้ง

 

 

 

 

 

                                                                ภาพที่  ๑๔  ประเท้า 

การยกเท้า

 

 

 

 

 

                                                                  ภาพที่  ๑๕  ยกเท้า 

           การยกเท้า  เป็นกิริยาของเท้าที่ต่อจากการประเท้า   ลักษณะของเท้าที่ยกจะแตกต่างกันระหว่างตัวพระกับตัวนาง

           การยกเท้า  แบ่งออกเป็น  ๒  ลักษณะดังนี้

           ๑)  การยกเท้าแบบพระ  ตัวพระจะยกเท้าโดยแบะเข่าออกไปด้านข้าง  ให้ข้อเท้าอยู่ระดับครึ่งน่องของเท้าที่ยืนอยู่

 

 

 

 

 

                                                           ภาพที่  ๑๖  ยกเท้าแบบพระ  

           ๒)  การยกเท้าแบบนาง  ตัวนางจะยกเท้าโดยแบะเข่าไปด้านข้าง   ในลักษณะหนีบขาที่ยกมาหาขาที่ยืนรับน้ำหนักอยู่

 

 

 

 

 

                                                           ภาพที่  ๑๗  ยกเท้าแบบนาง 

การก้าวเท้า 

 

 

 

 

 

                                                               ภาพที่  ๑๘  ก้าวเท้า  

            การก้าวเท้า  เป็นกิริยาของเท้าที่ต่อจากการยกเท้า   การก้าวเท้าแบ่งออกเป็น  ๒  ลักษณะ  คือ ก้าวหน้ากับก้าวข้าง  ซึ่งตัวพระและตัวนางจะมีลักษณะการก้าวที่แตกต่างกัน

            ๑)  การก้าวเท้าแบบพระ  ปฏิบัติได้โดยวางส้นเท้าที่ก้าวให้ตรงกับปลายเท้าหลังที่วางอยู่ในลักษณะเปิดส้นเท้า แบะเข้าออก ย่อเข่าลง

 

 

 

 

 

                                                            ภาพที่  ๑๙  ก้าวเท้าแบบพระ 

           ๒)  การก้าวเท้าแบบนาง  ปฏิบัติได้โดยวางส้นเท้าที่ก้าวให้ตรงกับปลายเท้าหลังที่วางอยู่ในลักษณะเปิดส้นเท้า แต่ให้หนีบเข่าเข้าหากัน

 

 

 

 

 

                                                           ภาพที่  ๒0  ก้าวเท้าแบบนาง 

           ๓)  การก้าวข้างแบบพระ  ปฏิบัติได้โดยวางส้นเท้าที่ก้าวให้ตรงกับปลายเท้าหลังที่ยืนเต็มเท้าในลักษณะเป็นเส้นตรงด้านข้างแล้วย่อเข่าทั้ง  ๒  ลง  ให้น้ำหนักอยู่กับขาที่ก้าว

 

 

 

 

 

                                                          ภาพที่  ๒๑  ก้าวข้างแบบพระ 

           ๔)  การก้าวข้างแบนาง  ปฏิบัติได้โดยวางส้นเท้าที่ก้าวให้ตรงกับปลายเท้าที่ยืนอยู่แล้ว พลิกข้อเท้าหักลำเข่าเข้าหาน่องของขาที่ก้าวข้าง  ย่อเข่าทั้ง  ๒  ลง

 

 

 

 

 

                                                             ภาพที่  ๒๒  ก้าวข้างแบบนาง 

edit @ 22 Mar 2012 18:56:55 by rochana

edit @ 22 Mar 2012 19:14:15 by rochana

edit @ 22 Mar 2012 19:28:33 by rochana

Comment

Comment:

Tweet

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile question question embarrassed surprised smile double wink wink cry

#19 By (180.180.224.121|180.180.224.121) on 2015-06-28 12:18

big smile big smile big smile

#18 By (49.230.118.112|49.230.118.112) on 2015-06-24 19:46

#17 By (1.1.221.25|1.1.221.25) on 2015-06-17 09:20

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile cry cry cry embarrassed embarrassed embarrassed question question tongue confused smile

#16 By (118.175.5.218|118.175.5.218) on 2015-01-21 16:38

ไม่มีรูปประกอบ

#15 By (183.88.41.59|183.88.41.59) on 2015-01-11 20:58

#14 By (1.46.7.202|1.46.7.202) on 2014-12-13 14:27

#13 By (191.240.136.35|148.251.91.38, 191.240.136.35) on 2014-09-10 11:47

#12 By (171.7.197.85|171.7.197.85) on 2014-06-01 14:47

big smile

#11 By (125.25.254.145|125.25.254.145) on 2014-05-10 21:27

ไม่ค่อยละเอียดเลยอ่าาาาangry smile angry smile angry smile

#10 By เด็กศิลป์ (101.51.157.47|101.51.157.47) on 2014-02-25 19:29

cry cry cry

#9 By (110.78.154.171|110.78.154.171) on 2014-02-15 13:06

ทำไมรูปไม่ขึ้นอ่ะคะ..sad smile sad smile

#8 By meow (27.145.214.36) on 2013-09-09 19:25

ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆopen-mounthed smile wink

#7 By เกดพิ (101.51.21.12) on 2013-08-16 18:58

ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆopen-mounthed smile wink

#6 By เกดพิ (101.51.21.12) on 2013-08-16 18:56

โอเคเลยอ่ะbig smile

#5 By ฟ้า (171.6.152.43) on 2013-07-13 19:27

โอเคเลยอ่ะbig smile

#3 By ฟ้า (171.6.152.43) on 2013-07-13 19:27

โอเคเลยอ่ะbig smile

#3 By ฟ้า (171.6.152.43) on 2013-07-13 19:27

เนื่อหาไม่ดีเลยนะ

#2 By ก.กิ๊ฟดูโอ้ (103.7.57.18|124.122.18.135) on 2013-07-03 21:13

ตัวอย่างค่ะ big smile

#1 By นู๋วา (115.67.64.88) on 2012-03-08 22:37