แผนการสอนรายคาบ

เรื่อง  การสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย

จุดประสงค์การสอน

           ๑.  อธิบายหลักการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย

           ๒.  การฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย  เพลงไก่แจ้  เพลงสีนวล  และเพลงงูกินหาง

           ๓.  บอกประโยชน์ของการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยในเด็กปฐมวัย

รายการสอน

           ๑.  หลักการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย

           ๒.  การรำเพลงไก่แจ้  เพลงสีนวล  และเพลงงูกินหาง

           ๓.  ประโยชน์ของการฝึกนาฏศิลป์ไทยให้เด็กปฐมวัย

วัสดุและอุปกรณ์หรือสื่อประกอบการสอน

           Power  Point  หลักการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

           ๑.  นักเรียนบอกวิธีการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย  เพลงไก่แจ้  เพลงสีนวล  เพลงงูกินหาง

           ๒.  นักเรียนร้องและรำเพลงไก่แจ้  เพลงสีนวล  เพลงงูกินหาง

           ๓.  บอกประโยชน์ของการรำนาฏศิลป์ไทย

                                                                       เพลงไก่แจ้

ลำดับขั้นการสอน

          ๑.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

                    โดยการซักถามเกี่ยวกับสัตว์ปีกที่นักเรียนรู้จัก

          ๒.  ขั้นสอน

                      โดยบรรยายหลักการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย  โดยใช้  Power  Point 

           วิธีการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย  ควรมีขั้นตอนดังนี้

                       ๑.  ให้ฟังเพลงและอธิบายความหมายของเพลงไก่แจ้  ดังนี้

                                                                       เพลงไก่แจ้

                                                                                 เนื้อร้องภาษไทย  โดย  อาจารย์ เตือนใจ  ศรีสมารุต

                                                                            เรียบเรียงเสียงประสาน  โดย  อาจารย์ กิตติ  ศรีเปารยะ

                                                                                                           ขับร้องโดย กัณณิกา  สธนพงศ์

                                           ไก่แจ้เอยหางฟู                        อ้าปากชูขันขานร้อง

                              เสียงเสนาะไพเราะใดปาน                      สุขสราญน่ารักจริงเอย

ความหมายของเนื้อเพลง   

         ไก่แจ้หางฟู  จะขันร้องเสียงไพเราะ  ฟังแล้วมีความสุข

                      ๒.  สอนร้องเพลง

                            โดยให้นักเรียนร้องเพลงตามครูที่ละวรรค  ตบมือเข้าจังหวะจนจบเพลง

                      ๓.  สอนท่ารำทีละท่า  โดยสอนมือและเท้า

                            ท่ามือ    ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง  ท่าออก

                                         ท่าตั้งวงกลาง  คำร้องที่ว่า “ไก่แจ้เอยหางฟู”

                                         ท่าจีบระดับปาก  แล้วปล่อยออกไปอีกมือหนึ่งจีบส่งหลังคำร้องที่ว่า “อ้าปาก 

                                         ชูขัน ขานร้อง  เสียงเสนาะไพเราะใดปาน ”

                                         ท่าตีปีก  คำร้องที่ว่า  “สุขสราญ น่ารักจริงเอย”

                            ท่าเท้า    ท่าออก  ก้าวเท้าหน้า  ย้ำเท้าหลัง  แล้วยกเท้าหน้า

                                          ก้าวข้างหลบเข่า  ขยับเท้าอยู่กับที่

                             ท่ามือ    สอดสร้อยมาลาแปลง

                                          จีบระดับปากแล้วโบกมือออกไป

                                          ท่าบิน

                             ท่าเท้า   ท่าน่ารัก,  ท่าตบมือ,  ท่าม้วนจีบปล่อยตั้งวงกลาง  รำมือและเท้าประสานกัน

                                          โดยสลับแถวกันอยู่หน้า

                      ๔.  ให้นักเรียนบอกความรู้สึกต่อการรำเพลงไก่แจ้  ครูเพิ่มเติมประโยชน์ของการรำ

รูปภาพการแต่งกายเพลงไก่แจ้ดูจาก  CD-ROM

โอกาสที่ใช้แสดง

           เพลงไก่แจ้เป็นชุดเบ็ดเตล็ด  แสดงได้ทุกโอกาส

           ๓.  ขั้นสรุปและทบทวน

                       ๑.  ให้นักเรียนบอกความหมายของเพลงไก่แจ้     

                       ๒.  ปฏิบัติท่ารำเพลงไก่แจ้

                       ๓.  บอกประโยชน์การรำเพลงไก่แจ้

            ๔. ขั้นวัดผล

                       ๑.  ซักถามความหมายของเพลงไก่แจ้

                       ๒.  ให้รำเพลงไก่แจ้

                        ๓.  ให้บอกประโยชน์ของการำเพลงไก่แจ้

                                                                         เพลงสีนวล

ลำดับขั้นการสอน

          ๑.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

                     โดยการซักถามเกี่ยวกับประสบการณ์ที่นักเรียนเคยรำ

          ๒.  ขั้นสอน

                       โดยการบรรยายเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบการแสดง  เป็นการรำเดียวหรือรำหมู่ที่ใช้ภาษาท่าสื่ออิริยาบถท่าทางธรรมชาติของมนุษย์

           วิธีการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย  ควรมีขั้นตอนดังนี้

                      ๑.  ให้ฟังเพลงแล้วอธิบายความหมายของเพลงสีนวล

                                                                       เพลงสีนวล

                                                                                 เนื้อร้องภาษไทย  โดย  อาจารย์ เตือนใจ  ศรีสมารุต

                                                                            เรียบเรียงเสียงประสาน  โดย  อาจารย์ กิตติ  ศรีเปารยะ

                                                                                                      ขับร้องโดย  กัณณิกา  สธนพงศ์

                                        สีนวล  สีนวลชวนรำ                        ร่างกายคมขำฟ้อนรำแสนเพลิน

                          ส่ายมือไปมาก้าวขาย่างเดิน                            กวักมือเชื้อเชิญเดินมาเล่นด้วยกัน (รับ)

                          จีบซ้ายมือหน่อยค่อยๆ ชวนเดิน                      อย่ามัวเพลิดเพลินยกมือขวาขึ้นพลัน

                          สะบัดมือไปโยกย้ายตัวกัน                              จังหวะเร็วนั้นฉันและเธอชวนเดิน  (รับ)       

ความหมายของเนื้อหา  

           สีนวลของแสงอาทิตย์ยามเช้าสวยงาม  สดชื่น  เด็กหน้าตาคมขำ  ฟ้อนรำให้ดูเพลิดเพลิน  รำส่ายมือไปมาพร้อมก้าวขาย่างเดินไป  พลางกวักมือชวนเชิญให้คนอื่นมารำด้วยกัน  จีบยาวมือซ้ายค่อยรำไป  แล้วจีบยาวมือขวาด้วยสะบัด  จีบ 2 ข้างพร้อมยกตัวขึ้น  สะบัดจีบโยกไปมา  ฉันกับเธอชวนกันมารำ

                      ๒.  สอนให้ฝึกร้องเพลงสีนวลตามครูทีละวรรค  พร้อมตบมือเข้าจังหวะ  ตั้งแต่ต้นจนจบเพลง

                      ๓.  สอนท่ารำทีละท่า  ทีละท่า

                            ท่าเดิน  สอดสร้อยมาลา

                            จีบโบกออกไป  ร้องคำว่า “สีนวล”   

                            จีบสอดสร้อยมาลาแปลง  คำร้องที่ว่า "สีนวลชวนรำ"                                 

                             มือทั้ง ๒ แนบข้างแก้ม  คำร้องที่ว่า  “ร่างน้อยขมขำ”                              

                             สอดสร้อยมาลาแปลง  คำร้องที่ว่า  “ฟ้อนรำแสนเพลิน  ส่ายมือไปมา”

                             ท้าวสะเอวก้าวเท้าหน้า  คำร้องที่ว่า  “ก้าวขาย่างเดิน”

                             ท้าวสะเอวกวักมือเรียก   คำร้องที่ว่า  “กวักมือเชื้อเชิญ”

                             สอดสร้อยมาลาแปลง  คำร้องที่ว่า  “มาเดินด้วยกัน”             

                              มือขวาท้าวสะเอวมือซ้ายจีบยาวแขนตึง เดาะแขน คำร้องที่ว่า  ”จีบซ้ายมือหน่อย  

                              ค่อยๆ ชวนเดิน”

                              มือซ้ายท้าวสะเอวมือซ้ายจีบยาวแขนตึง เดาะแขน คำร้องที่ว่า  ”อย่ามัวเพลิดเพลิน  

                              ยกมือขวาขึ้น”

                              จีบสะบัดแขนตึง ๒ มือ ถัดเท้าขวา คำร้องที่ว่า  “สะบัดมือไปโยกย้ายตัวกัน จังหวะ

                              เร็วนั้นฉันและเธอชวนเดิน”

                              ท่ารับ ท่ารับสุดท้ายจะจับสะเอวกัน แล้วส่ายมือนอกเดินเข้า

                       ให้ผู้เรียนรำตั้งแต่ต้นจนจบหลายๆเที่ยว โดยสลับกันอยู่หน้า

                        ๔.  อภิปรายเกี่ยวกับประโยชน์ของการรำเพลงสีนวล

โอกาสที่ใช้แสดง

           เพลงสีนวลใช้แสดงในงานมงคลทั่วไป

          ๓.  ขั้นสรุปและทบทวน

                     ให้นักเรียนสาธิตท่ารำเพลงสีนวลและบอกความหมายแต่ละท่าพร้อมประโยชน์ของการรำ  ให้นักเรียนรำเพลงสีนวลพร้อมกัน

          ๔.  ขั้นวัดผล

                     ซักถามความหมายและประโยชน์ของการรำเพลงสีนวล ให้นักเรียนออกมาร้องและรำเพลงสีนวลทีละกลุ่ม

                                                                 เพลงงูกินหาง

ลำดับขั้นตอนการสอน

           ๑.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

                       โดยการซักถาม

           ๒.  ขั้นสอน

                      โดยบรรยายหลักการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย โดยใช้  Power Point

วิธีการสอนนาฏศิลป์ไทยให้แก่เด็กปฐมวัย ควรมีขั้นตอนดังนี้

ประวัติความเป็นมาของเพลง

           เพลงงูกินหาง  เป็นการแสดงชุดหนึ่งที่ประกอบการแสดงในเรื่องอิเหนา  ตอนไหว้พระสมเด็จฯกรมพระยานริศรานุ วัดติวงศ์ทรงพระนิพนธ์ขึ้น  เป็นบทตาโบลวิวังต์และบทคอนเสิร์ต  เป็นชุดการแสดงของพี่เลี้ยงเป็นพ่องูและงูกินหาง กิดาหยันเป็นลูกงู (กรมศิลปากร , ๒๕๐๖: ๘๔-๘๕)

                                                                              ร้องลำงูกินหาง

                                         พ่องู               แม่เอยแม่งู                         เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา

                                         แม่งู                ฉันไปกินน้ำหนา                 กลับมาเมื่อตะกี้

                                         พ่องู               ไปกินน้ำบ่อไหน                  จงบอกไปให้ถ้วนถี่

                                         แม่งู                ฉันจะบอกบัดเดี๋ยวนี้

                                         พ่องู                                                         บอกไปเสียอย่าเนิ่นช้า

                                         แม่งู                ไปกินน้ำเอย                        ไปกินน้ำบ่อหิน

                                         ลูกงู                ไปกินน้ำบ่อหิน                    บินไปบินมา ( ทวน )

                                         แม่งู                บินเอยบินร่อน                      ดังกินนรบนเวหา

                                         ลูกงู                รักเจ้ากินนรา                        บินไปบินมาเอยฯ ( ทวน )

                                         พ่องู               เราจะขอถามอีกสักหน่อย

                                         แม่งู                                                          ถามอะไรบ่อยบ่อยไปเลยทีเดียว

                                         พ่องู               เออเมื่อเจ้าไปเที่ยว                กินน้ำบ่อเดียวหรือไฉน

                                         แม่งู                เราไปกินอีกบ่อ                     หนึ่งหนาเจ้าพ่องูใหญ่

                                         พ่องู               ไปกินน้ำบ่ออะไร                   จงบอกไปเร็วเถิดหนา

                                          แม่งู               ไปกินน้ำเอย                         กินน้ำบ่อโศก

                                          ลูกงู               ไปกินน้ำบ่อโศก                    โยกไปโยกมา ( ทวน )

                                          แม่งู               โศกเอยโศกเศร้า                    คิดถึงเจ้าทุกเวลา

                                          ลูกงู               รักเจ้าพวกดอกโศก                โยกมาโยกไปเอย ( ทวน )

                                          แม่งู               กินหัวหรือกินหาง (เจรจา)

                                          พ่องู               กินกลางตลอดตัว (เจรจาแล้วไล่จับ)

รูปการแต่งกายเพลงงูกินหางดูจาก CD-ROM

อธิบายการใช้ภาษาท่า หรือภาษาท่ารำ

             ภาษาท่า  คือการแสดงกิริยาท่าทางธรรมชาติสื่อความหมายแทนคำพูด แบ่งออกเป็น ๓  ประเภท คือ

                       ๑.  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำที่ใช้แทนคำพูด เช่น  รับ ปฏิเสธ สั่ง เรียก เธอ ฉัน กิน เป็นต้น

                       ๒.  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำที่ใช้เป็นอิริยาบถและกิริยาอาการเช่น ยืน  เดิน นั่ง ไหว้ เป็นต้น

                       ๓.  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำที่ใช้แสดงอารมณ์ภายใน เช่น รัก โกรธ ดีใจ เสียใจ โศกเศร้า ร่าเริง เป็นต้น

              เพลงงูกินหางเป็นเพลงที่ใช้ภาษาท่าที่ใช้ท่าทางธรรมชาติหรือภาท่ารำแทนคำพูดประเภทต่างๆ

                        -  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำ เช่น ท่าเรียก ปฏิเสธ

                        -  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำ ที่ใช้เป็นอิริยาบถและกิริยาอาการ เช่น เดิน ยืน โยกตัว โย้ตัว เป็นต้น

                        -  ภาษาท่าหรือภาษาท่ารำแสดงอารมณ์ ภายใน เช่น รัก โศกเศร้า เป็นต้น

           วิธีการฝึกหัดเพลงงูกินหางมีขั้นตอนดังนี้

                       ๑.  ฝึกให้ร้องเพลงงูกินหาง โดยร้องตามครูทีละวรรค

                       ๒.  แบ่งนักเรียนนออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ พ่องู แม่งู และ ลูกงู

                        ๓.  ให้นักเรียนแสดงท่าทางประกอบการร้องเพลง งูกินหางแต่ละกลุ่ม

                        ๔.  สอนปฏิบัติท่ารำงูกินหาง  โดยอธิบายการแปรแถว  แล้วสอนปฏิบัติท่ารำพร้อมกันทุกคน

                        ๕.  จัดกลุ่ม พ่องู แม่งู และ ลูกงู  ปฏิบัติท่ารำตามบทร้องของตน  ตั้งแต่ต้นจนจบ  จนถึงการเล่นงูกินหาง

                         ๖.  นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เรื่องประโยชน์ของการรำเพลง งูกินหาง

           ๓.  ขั้นสรุปและทบทวน

                      ให้นักเรียนอธิบายและสาธิตท่ารำเพลงงูกินหางตั้งแต่ต้นจนจบ  พร้อมบอกประโยชน์ของการรำเพลงงูกินหาง

            ๔.  ขั้นวัดผล

                        ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันร้องและรำเพลงงูกินหางทีละกลุ่ม แล้วอภิปรายถึงประโยชน์ของการรำเพลงงูกินหาง

edit @ 11 Mar 2012 19:04:25 by rochana

edit @ 22 Mar 2012 19:53:35 by rochana

edit @ 22 Mar 2012 19:54:50 by rochana

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณคะ
open-mounthed smile confused smile

#3 By กาแฟ (110.49.232.89) on 2013-10-08 12:37

การโบกมือเริ่มต้นจากกิริยาใด

#2 By มิตรชัย (103.7.57.18|182.53.233.0) on 2013-01-29 19:13

#1 By วารุณี พลนามอินทร์ (103.7.57.18|101.51.226.26) on 2012-11-13 13:46