ระบำไก่

ลำดับขั้นตอนการสอน

           ๑.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

                      โดยนำภาพการแต่งกายของระบำไก่ ให้ผู้เรียนดู  แล้วซักถาม

           ๒.  ขั้นสอน

                      โดยอธิบายประวัติความเป็นมา รูปแบบการแสดง  การแต่งกาย  เครื่องดนตรี  เนื้อร้อง  ทำนองเพลง  ท่ารำ และโอกาสที่ใช้แสดงระบำไก่

ประวัติความเป็นมา

           ระบำไก่เป็นการแสดงประเภทระบำชุดหนึ่งในละครเรื่องพระลอ  ตอนพระลอตามไก่  ซึ่งมีเนื้อเรื่องว่า พระเพื่อน  พระแพง เจ้าหญิงแห่งเมืองสรอง สั่งให้นางรื่น นางโรย สองพี่เลี้ยงไปเร่งรัดให้ปู่เจ้าสมิงพรายใช้เวทมนต์คาถาไปล่อพระลอมา ปู่เจ้าสมิงพรายใช้ผีลงสิงในไก่แก้วและไก่บริวาร แล้วใช้ให้ไปล่อพระลอมา ซึ่งพระลอกับพี่เลี้ยงคือ นายแก้วและนายขวัญกำลังเดินทางมาหาพะเพื่อน พะแพง   เมื่อพระลอเห็นไก่แก้วแล้วก็ตามจับ ไก่แก้วก็หนีและล่อให้พระลอมาเมืองสรอง ในตอนนี้จะมีไก่แก้วและบริวารไก่ออกมารำในเพลงระบำไก่

ลักษณะรูปแบบการแสดง

           ระบำไก่มีลักษณะรูปแบบการแสดง ๒ แบบ คือ

                      แบบที่ ๑  เป็นการแสดงประเภทระบำ ที่มีลีลาท่ารำเลียนแบบท่ากิริยาของไก่   ลักษณะรูปแบบการแสดงเป็นระบำเบ็ดเตล็ดชุดหนึ่งที่ใช้ในการแสดงในโอกาสต่างๆ

                       แบบที่ ๒  เป็นการแสดงประกอบการการแสดงละครเรื่องพระลอ  โดยมีไก่แก้วและบริวาร ไก่ออกมารำรวมกัน  แล้วไก่แก้วก็จะเข้าไปหลอกล่อพระลอให้ไปหาพระเพื่อน พระแพง  ลักษณะการรำก็จะเป็นการรำเลียนแบบท่าทางของไก่  เมื่อพระลอตามไก่แก้วแล้วบรรดาบริวารไก่ก็จะบินเข้า

การแต่งกาย

            สวมเสื้อคอกลมแขนสั้น  นุ่งกางเกงขาสามส่วน  สวมกรองคอ  จี้นาง  เข็มขัด  ข้อมือ  ข้อเท้า  เกล้ามวย  สวมเกี้ยวติดหัวไก่ ติดปีกและหาง

รูปการแต่งกายระบำไก่  (บริวารไก่)  ดูจาก CD-ROM

เครื่องดนตรี

           เครื่องดนตรี ที่ใช้บรรเลงประกอบระบำไก่คือวงปี่พาทย์เครื่องห้า   ประกอบด้วยปี่ใน  ระนาดเอก  ฆ้องวงใหญ่ กลองทัด  ตะโพนและฉิ่ง

รูปวงปี่พาทย์ดูจาก CD-ROM

 เนื้อร้องและทำนองเพลง

           เนื้อร้องเพลงระบำไก่เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงนำบทละครเรื่องลิลิตพระลอมาสร้างและประปรุงเป็นบทละคร มีเนื้อร้องและทำนองเพลงดังนี้ (กรมศิลปากร,๒๕๒๕ : ๙๑-๙๒)

พาทย์ทำนองเพลงลาวจ้อย

                                                                        ร้องลาวจ้อย

                                              สร้อยแสงแดงพระพราย            ขนเขียวลายระยับ
                                 ปีกสลับเบญจรงค์                                  เลื่อมลายยงหงสบาท
                                 ขอบตาชาดพะพริ้ง                                สิงคลิงหงอนพรายพรรณ
                                 ขานขับเสียงเอาใจ                                เดือยหงอนใสสีลำยอง
                                 สองเท้าเทียมนพมาศ                             ปานฉลุชาดทารงค์
                                 ปู่ก็ใช้ให้ผีลง                                         ผีก็ลงแก่ ไก่
                                ไก่แก้วไซร้บ่มิกลัว                                 ขุกผกหัวองอาจ
                                 ผาดผันตีปีกป้อง                                     ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน

โน้ตเพลงระบำไก่ โดยนายชุมพล ปัญจะ

- - - ฟ

ซ ล - ซ

- - - -

- ล - ซ

- - - ฟ

- ล ล ล

ซ ล - ซ

- ล – ดํ

- - - ล

ดํ รํ - ดํ

- - - ล

ซ ฟ ซ ล

- - ด ร

- ฟ - ซ

ล ซ ฟ ร

ฟ ด ด ด

- - - -

- - - -

- ด - ร

ฟ ซ ล ร

- - - -

- ด - ร

- - ด ร

ฟ ด ด ด

- - - -

- - - -

ดํ ล ซ ฟ

- ซ - ล

- - - -

- ฟ - ซ

ล ซ ฟ ซ

- ล - ฟ

 

ความหมายของเนื้อเพลง

          ขนไก่งามสีแดงระเรื่อผสมสีเขียวมันระยับ  ปีกของไก่สลับสีเบญจรงค์  ( ๕สี  ) งดงามด้วยลวดลายงดงาม  ขอบตาสีแดงชาด  มีหงอนสวยงาม  ขันได้ไพเราะ   มีเดือยสีเหลือ ง เท้าทั้งสองมีลวดลาย  งดงามดังทองเนื้อแท้ มีลวดลายฉลุ ลงสีงดงาม  ปู่เจ้าสมิงพรายสั่งให้ผีลงสิงไก่ ให้ไปล่อพระลอมา

ท่ารำ

           สอนปฏิบัติร้องและรำเพลงระบำไก่ตั้งแต่ต้นจนจบ ดูต่อจากCD-ROM

โอกาสที่ใช้แสดง

           ระบำไก่ ใช้แสดงได้สองโอกาสคือ
                      ๑.  เป็นระบำประกอบการแสดงละครเรื่องลิลิตพระลอ  ตอนพระลอตามไก่
                      ๒.  เป็นระบำเบ็ดเตล็ดใช้แสดงในโอกาสทั่วไป

            ๓.  ขั้นสรุปและทบทวน

                       ให้ผู้เรียนร่วมกันสรุปเพลงระบำไก่ที่เรียนมาตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมกัน และร้องรำร่วมกัน

             ๔.   ขั้นวัดผล

                        ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดเพลงระบำไก่  ในเรื่องประวัติความเป็นมาของเพลงระบำไก่  ลักษณะรูปแบบการแสดง  ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง เนื้อร้องและทำนองเพลง  ความหมายของเนื้อเพลง  การแต่งกายแล้วร้องและรำพร้อมกัน

                                                                             ฟ้อนเงี้ยว

ลำดับขั้นตอนการสอน

           ๑.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
                       โดยกล่าวถึงชนเผ่าต่างๆ ในประเทศไทย

           ๒.  ขั้นสอน

                        โดยอธิบายประวัติความเป็นมา รูปแบบการแสดง  การแต่งกาย  เครื่องดนตรี  เนื้อร้อง  ทำนองเพลง  ท่ารำและโอกาสที่ใช้แสดงของเพลงฟ้อนเงี้ยว

ประวัติความเป็นมา

            ฟ้อน หมายถึง  การแสดงพื้นเมืองทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่มีการแสดงเป็นหมู่ใช้ผู้แสดงจำนวนมาก  มีลีลาอ่อนช้อยงดงาม เช่น ฟ้อนเล็บ  ฟ้อนเทียน  ฟ้อนเมือง  ฟ้อนภูไท  ฟ้อนเงี้ยว  เป็นต้น

            ฟ้อนเงี้ยว เป็นการฟ้อนรำของชาวไทยเผ่าเงี้ยวที่อยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย   

ต่อมาครูลมุล ยมะคุปต์  ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ได้มีโอกาสไปสอนที่คุ้มเจ้าหลวง       เจ้าแก้วนวรัฐ   ผู้ครองนครเชียงใหม่   และได้เห็นการฟ้อนเงี้ยวที่เป็นภาษาพื้นเมือง เรียกว่า เงี้ยวปนเมือง ของคุ้มเจ้าหลวง  ซึ่งมีนางหลง บุญจูหลงเป็นผู้สอน  ในความควบคุมของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีในรัชกาลที่ ๕  ครูลมุล  ยมะคุปต์